“พ่อฮักแม่ฮักรักษ์สุขภาพ”

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 คณะทีมงานโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชมชน สังกัดกองส่งเสริมการวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ลงพื้นที่ร่วมสังเกตการณ์ โครงการ “พ่อฮักแม่ฮักรักษ์สุขภาพ” ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ถือเป็นการลงพื้นที่เพื่อเข้าพบเยี่ยมเยียนพ่อฮักแม่ฮัก และติดตามประเมินผลการใช้ชาร์ตความรู้เรื่องการบริโภคเกลือและน้ำตาล โดยมี ผศ.ดร.ภญ.กฤษณี สระมุนี อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ และผู้รับผิดชอบโครงการ พร้อมนิสิตคณะเภสัชศาสตร์จำนวนหนึ่งร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ด้วย

สำหรับการลงพื้นที่เพื่อเข้าพบเยี่ยมเยียนพ่อฮักแม่ฮัก และติดตามประเมินผลการใช้ชาร์ตความรู้เรื่องการบริโภคเกลือและน้ำตาลในครั้งนี้ จากการสอบถามนิสิตเภสัชศาสตร์ ซึ่งจากการสอบถามพบว่ามีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 6 กลุ่ม โดยกระจายกันไปตามหมู่บ้านที่พ่อฮักแม่ฮักพักอาศัย และจากการสัมภาษณ์นายภราดร ประทุมชาติ นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ ถึงที่มาที่ไปของโครงการดังกล่าว พบว่าโครงการ “พ่อฮักแม่ฮักรักษ์สุขภาพ” เป็นโครงการที่ปฏิบัติสืบทอดมานานแล้ว โดยตนเห็นว่าเป็นโครงการที่ทำให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชน รวมถึงระบบการบริการสุขภาพของชุมชนอย่างเข้าถึงและเข้าใจ ทั้งนี้ การที่ตนและเพื่อนๆ ได้ลงพื้นที่อยู่กินกับชาวบ้านตามกำหนดในระยะเวลา 7 วัน ทำให้ตนได้เข้าใจในพฤติกรรมการบริโภคของคนในชุมชนมากยิ่งขึ้น อนึ่ง ยังเข้าใจถึงความเป็นอยู่และวิถีชีวิตในแต่ละวันของชาวบ้าน เสมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

ด้าน ผศ.ดร.ภญ.กฤษณี สระมุนี อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ เล่าถึงโครงการ

“พ่อฮักแม่ฮักรักษ์สุขภาพ” ที่ทางคณะได้เลือกลงพื้นที่ ชุมชนบ้านนาแพง – นาอุดม ตำบลนาอุดม อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ชาวบ้านยังคงประกอบอาชีพทำไร่ทำนา ทอเสื่อทอผ้า ไม่เป็นชุมชนเมืองมากนัก อีกอย่างลักษณะเด่นของชุมชนบ้านนาแพง – นาอุดม คือเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็ง ผู้นำชุมชนก็เข้มแข็ง จึงทำให้ทางคณะเลือกลงโครงการในพื้นที่ดังกล่าว และจากการสอบถามด้านการบริการสุขภาพชุมชน จากปีก่อนๆ มาถึงปัจจุบัน อาจารย์เล่าให้ฟังว่า ด้านพฤติกรรมการบริโภคของชาวบ้านส่วนใหญ่ จะหนักเค็ม และหวาน จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พบโรคความดัน และโรคเบาหวานเป็นส่วนมาก ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทางคณะอยากให้นิสิตที่จะจบไปเป็นเภสัชกรต่อไปในอนาคต ได้ “ตระหนักและเข้าใจถึงความเป็นมนุษย์” อันเป็นความเข้าใจที่อาจตรวจไม่พบด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ หากแต่ต้องใช้ใจสัมผัสถึงจะเข้าใจ การที่นิสิตได้ลงพื้นที่ และได้พักอาศัยอยู่กับพ่อฮักแม่ฮักจึงเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีต่อชาวบ้าน ฉะนั้น เมื่อได้อยู่ด้วยกันกับชาวบ้านก็จะทำให้รู้ว่า ในวิถีชีวิตแต่ละวัน ชาวบ้าน หรือพ่อฮักแม่ฮัก กินอะไร ทำอะไรในแต่ละวัน มันจึงเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับการเรียนรู้นอกห้องเรียนหรือนอกห้องแล็บ ทั้งอาจารย์ยังกล่าวอีกว่า หากนิสิตได้เรียนรู้และเข้าใจความเป็นมนุษย์ได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งให้เขาเข้าใจงานที่เขาจะทำต่อไปในอนาคตมากยิ่งขึ้น

โครงการ “พ่อฮักแม่ฮักรักษ์สุขภาพ” ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาจเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีหมุดหมายชัดเจน การสร้างความเข้าใจอันดีต่อชุมชนระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน ตลอดจนอาจารย์และนิสิต จึงถือเป็นผลความสำเร็จของโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนด้วยเช่นกัน ที่พยายามจะส่งเสริมสนับสนุนโครงการต่างๆ

วันนั้นหลังกลับจากลงพื้นที่สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นภาพจำสำคัญคือคือ ภาพเด็กนิสิตหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง อาทิ ข้าวสาร ผ้าขาวม้า ผ้าห่ม กล้วย ฯลฯ และรอยยิ้มของเหล่าบรรดาพ่อฮักแม่ฮัก ที่คล้ายจะบอกเป็นนัยว่า “อย่าลืมกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่อีกนะ”

Banner      IMG_6949 IMG_6963 IMG_6989 IMG_7011 IMG_6911 IMG_6912 IMG_6920 IMG_6926 IMG_6933

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *