เครื่องฮ้อยเครื่องพัน ประกอบฮีตเดือนสี่ ประเพณีบุญผะเหวด


เครื่องฮ้อยเครื่องพัน ประกอบฮีตเดือนสี่ ประเพณีบุญผะเหวด


 

วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีแถบลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะภาคอีสาน เป็นภูมิภาคที่มีความ
หลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมและประเพณี แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นแต่ละจังหวัด ศิลปวัฒนธรรม
เหล่านี้บ่งบอกถึงความเชื่อ ค่านิยม ศาสนา และรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในท้องถิ่นได้อย่างดี
สาเหตุที่ภาคอีสานมีความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลมาจากการเป็นศูนย์รวม
ของประชากรหลากหลายเชื้อชาติ มีการติดต่อสังสรรค์กับประเทศใกล้เคียง ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน
ทางวัฒนธรรมขึ้น เช่น ประชาชนชาวอีสานแถบจังหวัดเลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี
อำนาจเจริญ ที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศลาว เกิดการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมและ
ประเพณีระหว่างกัน ซึ่งชาวไทยอีสานและชาวลาวแถบลุ่มแม่น้ำโขงมีศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่คล้ายๆ กัน
ประชาชนที่อยู่ทางจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา มีการติดต่อกันกับประชาชนชาวกัมพูชา
ก็จะรับเอาวัฒนธรรมของกัมพูชามาประยุกต์ใช้ ส่วนใหญ่วัฒนธรรมประเพณีของคนทั้งสองเชื้อชาติ
ก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่แล้ว จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลาย
ทางวัฒนธรรมและวัฒนธรรมก็แตกต่างกันตามแต่ละท้องถิ่นและแตกต่างจากภูมิภาคอื่นๆ ของไทย
อย่างเห็นได้ชัด ทั้งวัฒนธรรมทางด้านการดำรงชีวิตและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ซึ่งเราสามารถ
สังเกตรูปแบบวัฒนธรรมที่ดีงามของชาวอีสานผ่านทางประเพณีต่างๆ ที่ชาวอีสานจัดขึ้น

ประเพณีของชุมชนอีสานที่มีความหลากหลายและมีความเป็นเอกลักษณ์ ส่วนใหญ่จะเกิดจากความเชื่อ
ค่านิยม และสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของคนในท้องถิ่น และอิทธิพลของศาสนา
ที่มีต่อคนในท้องถิ่น ประเพณีต่างๆ ถูกจัดขึ้นเพื่อให้เกิดขวัญกำลังใจในการประกอบอาชีพและเพื่อถ่ายทอด
แนวคิด ค่านิยมที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ เรียกกันว่า “ฮีตสิบสองคองสิบสี่”
(https://sites.google.com/site/nikomkomalakon/-๓-silp-wathnthrrm-xisan)

“ฮีตสิบสอง” หมายถึง จารีตหรือประเพณีประจำสิบสองเดือน สืบปฏิบัติในดินแดนอีสาน ดังนี้ คือ เดือนอ้าย
(ฮีตบุญเข้ากรรม) เดือนยี่ (ฮีตบุญคูณลาน) เดือนสาม (ฮีตบุญข้าวจี่) เดือนสี่ (ฮีตบุญเผวส หรือบุญมหาชาติ)
เดือนห้า (ฮีตบุญสงกรานต์) เดือนหก (ฮีตบุญบั้งไฟ) เดือนเจ็ด (ฮีตบุญซำฮะ) เดือนแปด (ฮีตบุญเข้าพรรษา)
เดือนเก้า (ฮีตบุญข้าวประดับดิน) เดือนสิบ (ฮีตบุญข้าวสาก) เดือนสิบเอ็ด (ฮีตบุญออกพรรษา) และเดือนสิบสอง
(ฮีตบุญกฐิน) สามารถแบ่งจุดมุ่งหมายของฮีตได้ชัดเจน คือบุญเกี่ยวกับพระสงฆ์โดยตรง บุญลักษณะนี้มี ๖ บุญ
บุญเข้ากรรม บุญข้าวจี่ บุญเผวส บุญเข้าพรรษา บุญออกพรรษาและบุญกฐิน บุญเกี่ยวกับการทำมาหากิน
เกี่ยวกับการขอพรหรือบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ เช่น ฟ้าฝน
ข้าวปลาอาหาร มีบุญคูณลานและบุญบั้งไฟ บุญเกี่ยวกับขวัญกำลังใจการดำรงอาชีพ เกี่ยวข้องกับความเชื่อที่ว่า
สิ่งสักดิ์สิทธิ์จะอำนวยความสุข สวัสดีภาพมี บุญสงกรานต์และบุญซำฮะ บุญเกี่ยวกับความกตัญญู
ซึ่งจะเน้นเกี่ยวกับการทำบุญอุทิศเป็นสำคัญ คือ บุญข้าวประดับดินและบุญข้าวสาก
(https://sites.google.com/site/thatsaneeya๒๕๔๐/wathnthrrm-phakh-xisan/hit-sib-sxng)

“บุญผะเหวด” (เทศน์มหาชาติ) ถือเป็นบุญประเพณีที่ยิ่งใหญ่ เป็นบุญบริจาคทาน ซึ่งถือปฏิบัติสืบต่อกันมา
ด้วยความเชื่อที่ว่า หากบุคคลใดฟังธรรมเทศนาครบทั้ง ๑๓ กัณฑ์ภายในหนึ่งวัน จะได้ไปเกิดในดินแดน
ของพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ ๕ คือ ศาสนาของพระศรีอริยเมตไตย จะทำในช่วงเดือนสี่ โดยจะจัดงานติดต่อกัน
สามวัน ในวันแรกเป็นจัดเตรียม ตกแต่งสถานที่ ส่วนใหญ่เป็นศาลาการเปรียญ ในวันที่สองเป็นวันเฉลิมฉลอง
พระเวสสันดร มีการจัดขบวนแห่เครื่องไทยทาน ฟังเทศน์ และแห่ผะเหวด การแห่ผะเหวดจะมีการนำผ้าผืนยาว
ที่วาดภาพเรื่องราวของพระเวสสันดรทั้ง ๑๓ กัณฑ์ แห่เข้าไปในศาลาการเปรียญหรือที่จัดงาน และตั้งหอพระอุปคุต
ไว้ทิศตวันออกของศาสโรงธรรม ช่วงค่ำจะมีการเทศน์เรื่องพระมาลัย และวันที่สามจะเป็นบุญพิธี โดยช่วงเช้ามืด
จะมีการตักบาตรข้าวพันก้อนตามเสาธุงใหญ่ทั้งแปดทิศ และพระสงฆ์จะเทศน์สังกาส และเทศน์คาถาพันบาลี เรื่อง
เวสสันดรชาดกทั้ง ๑๓ กัณฑ์ ในระหว่างพระเทศน์แต่ละกัณฑ์นั้น จะมีกลุ่มชาวบ้านแห่ขบวน ฟ้อนรำ เข้ามาถวาย
บูชากัณฑ์เทศน์ (กัณฑ์หลอน) ตลอดทั้งวัน ซึ่งความเชื่อนี้ หนังสือมาไลยหมื่นมาไลยแสน คือมีพระเถระคือพระมาลัย
ได้ขึ้นไปนมัสการพระเกษแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และพระศรีอริยเมตไตยได้กล่าวกับพระมาลัยเถระ
ว่า ถ้ามนุษย์อยากจะเกิดในศาสนาของพระองค์ต้องปฏิบัติตนดังนี้ คือ อย่าฆ่าพ่อตีแม่และสมณพราหมณ์
อย่าทำร้ายพระพุทธเจ้าและยุยงค์ให้สงฆ์แตกแยก ให้ตั้งใจฟังเทศน์ เรื่อง พระเวสสันดรชาดกให้จบในวันเดียว
(๑๓ กัณฑ์) มี ๑. ทศพร ๑๙ พระคาถา ๒. หิมพานต์ ๑๓๔ พระคาถา ๓. ทานกัณฑ์ ๒๐๙ พระคาถา ๔. วนประเวสน์ ๕๗
พระคาถา ๕. ชูชก ๗๙ พระคาถา ๖. จุลพน ๓๕ พระคาถา ๗. มหาพน ๘๐ พระคาถา ๘. กุมาร ๑๐๑ พระคาถา ๙. มัทรี
๙๐ พระคาถา ๑๐. สักบรรพ ๔๓ พระคาถา ๑๑. มหาราช ๖๘ พระคาถา ๑๒. ฉกษัตริย์ ๓๐ พระคาถา และ ๑๓. นครกันฑ์
๔๘ พระคาถา รวม ๑,๐๐๐ พระคาถา ความเชื่อนี้เป็นวิถีที่ส่งเสริมให้ชุมชนชาวอีสานมีการจัดประเพณีบุญผะเหวด
เทศน์มหาชาติปฏิบัติสืบต่อกันมาในทุกๆ ปี

“เครื่องฮ้อยเครื่องพัน” (เครื่องบูชาคาถาพัน) นิยมเรียกขานกันในหมู่ชาวบ้านว่า “เครื่องครุพัน” ประกอบด้วย
ธูปหนึ่งพันดอก เทียนหนึ่งพันเล่ม มาลัยดอกบัวหลวงหนึ่งพันดอก ดอกบัวผันหนึ่งพันดอก ดอกบัวทองหนึ่งพันดอก
ดอกผักตบชวาหนึ่งพันดอก ดอกปีบหนึ่งพันดอก เมี่ยงใบมะยมหนึ่งพันคำ หมากหนึ่งพันคำ มวนยาสูบพันมวน
ข้าวตอกหนึ่งพันกระทง ธุงกระดาษหนึ่งพันธง จอกใบฝรั่งหนึ่งพันจอก ข้าวพันก้อน เงินหนึ่งพัน คำหนึ่งพัน ตีนกาหนึ่งพัน
เทียนกิ่งหนึ่งพันกิ่ง เศรษฐฉัตรเล็กหนึ่งพันต้น (อาจจะเพิ่มดอกไม้ต่างๆ ตามฤดูกาล เช่น ดอกสะแบง ดอกคูน
ดอกมันปลา ดอกเต็งรัง ดอกรัง ดอกทองหลาง ดอกช้างน้าว ดอกงิ้วป่า ซึ่งใช้อย่างละหนึ่งพันดอก หรืออาจเป็น
ดอกไม้ประดิษฐิ์ เช่น ดอกโน) พิธีกรรมขณะฟังเทศน์ ในการฟังเทศน์ “บุญผะเหวด” ต้องคอยปฏิบัติพิธีกรรม
ในขณะที่ฟังเทศน์แต่ละกัณฑ์ โดยจุดธูปเทียนเพื่อบูชากัณฑ์นั้นๆ ตามจำนวนคาถาในแต่ละกัณฑ์ ดังนี้ ๑. ทศพร
มี ๑๙ คาถา จุดธูป ๑๙ ดอก เทียน ๑๙ เล่ม จุดเทียนง่าม ๑ เล่ม ๒. หิมพานต์ มี ๑๓๔ คาถา จุดธูป ๑๓๔ ดอก เทียน
๑๓๔ เล่ม จุดเทียนง่าม ๒ เล่ม ๓. ทานกัณฑ์ มี ๒๐๙ คาถา จุดธูป ๒๐๙ ดอก เทียน ๒๐๙ เล่ม จุดเทียนง่าม ๓ เล่ม
๔. วนปะเวส มี ๕๗ คาถา จุดธูป ๕๗ ดอก เทียน ๕๗ เล่ม จุดเทียนง่าม ๔ เล่ม ๕. ชูชก มี ๗๙ คาถา จุดธูป ๗๙ ดอก
เทียน ๗๙ เล่ม จุดเทียนง่าม ๕ เล่ม ๖. จุลพน มี ๓๕ คาถา จุดธูป ๓๕ ดอก เทียน ๓๕ เล่ม จุดเทียนง่าม ๖ เล่ม
๗. มหาพน มี ๘๐ คาถา จุดธูป ๘๐ ดอก เทียน ๘๐ เล่ม จุดเทียนง่าม ๗ เล่ม ๘. กุมาร มี ๑๐๑ คาถา จุด ๑๐๑ ดอก
เทียน ๑๐๑ เล่ม จุดเทียนง่าม ๘ เล่ม ๙. มัทรี มี ๙๐ คาถา จุดธูป ๙๐ ดอก เทียน ๙๐ เล่ม จุดเทียนง่าม ๙ เล่ม
๑๐. ลักกะบรรพ มี ๔๓ คาถา จุดธูป ๔๓ ดอก เทียน ๔๓ เล่ม จุดเทียนง่าม ๑๐ เล่ม ๑๑. มหาราช มี ๖๙ คาถา
จุดธูป ๖๙ ดอก เทียน ๖๙ เล่ม จุดเทียนง่าม ๑๑ เล่ม ๑๒. ฉขัตติยะ มี ๓๖ คาถา จุดธูป ๓๖ ดอก เทียน ๓๖ เล่ม
จุดเทียนง่าม ๑๒ เล่ม และ ๑๓. นครกัณฑ์ มี ๔๘ คาถา จุดธูป ๔๘ ดอก เทียน ๔๘ เล่ม จุดเทียนง่าม ๑๓ เล่ม

เครื่องฮ้อยเครื่องพันในบางพื้นที่ในภาคอีสาน เช่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ยังมีเครื่องครุพัน อันเป็นการ
บรรจุของเครื่องฮ้อยเครื่องพัน ที่เชื่อว่า เสมือนเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ประกอบในงานบุญผะเหวดเทศน์มหาชาติ
จำเป็นต้องตั้งครุพันไว้ในพิธี หนึ่งอัน หนึ่งคู่ หรือสองคู่ เสร็จงานบุญมักนำไปตั้งไว้ที่โต๊ะหมู่บูชา ต่อมาเป็นเครื่อง
ประกอบพิธีกรรมสำคัญของชุมชน ทั้งงานเฮือนดี ขึ้นบ้านใหม่ บุญข้าวจี่ บุญเบิกบ้าน บุญบั้งไฟ เป็นต้น โดยเชื่อว่า
เป็นเครื่องป้องกันอุปทวันตรายที่อาจเกิดในพิธีกรรมหรืองานบุญต่างๆ ถือว่าเป็นเครื่องบูชาคาถาพันที่มีเครื่องบูชา
ครบถ้วนแล้ว นอกจากนั้น ครุพัน ยังได้รับความเคารพนับถือไม่ต่างจากพระอุปคุตหรือพระสงฆ์ เพราะตำแหน่ง
ที่วางครุพันนั้นมักวางในโต๊ะหมู่บูชา แต่ต่ำกว่าพระพุทธรูป ได้รับการเก็บรักษาไว้บริเวณอาสน์สงฆ์สำหรับ
เจ้าอาวาส จึงถือเป็นวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นของอันเป็นมงคล

เครื่องฮ้อยเครื่องพันจึงเป็นองค์ประกอบการบูชาเทศน์มหาชาติที่เป็นบุญใหญ่ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของ
ชุมชนช่วยกันตามหน้าที่ อันจะก่อเกิดความสามัคคีในความตั้งใจที่จะสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ เกิดความสมัครสมาน
สามัคคีในการดำรงอยู่ทางสังคมเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีตามความเชื่อทางพระพุทธศาสนาในชุมชนสืบต่อไป


Screen Shot 2020-11-02 at 10.08.35 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.08.42 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.09.01 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.09.06 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.09.27 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.09.38 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.09.49 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.09.58 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.10.10 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.10.18 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.10.26 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.10.35 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.10.45 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.10.52 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.11.03 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.11.11 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.11.22 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.11.33 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.11.45 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.12.18 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.12.25 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.12.33 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.12.41 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.12.52 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.13.03 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.13.11 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.13.20 AM Screen Shot 2020-11-02 at 10.14.29 AM


 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *