ปฐมนิเทศโครงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม มมส ๒๕๖๒ : รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล (รองอธิการบดีฝ่ายแผนและกิจการพิเศษ)


ปฐมนิเทศโครงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม มมส ๒๕๖๒


 

: รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล (รองอธิการบดีฝ่ายแผนและกิจการพิเศษ)


 

ปัจจุบันนี้ พอผ่านไปในเรื่องอุตสาหกรรมและการปฏิวัติอุตสาหกรรม เรื่องที่เราลืมกันคือเรื่องวัฒนธรรม คือใครทำเรื่องวัฒนธรรม เรื่องประเพณี เรื่องทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เป็นเรื่องที่ไม่สมัยใหม่หรือไม่โมเดิล อาจารย์หลายท่านที่เชิญมา หลายๆ โครงการมีการบูรณาการอยู่ในระดับน้อย แต่ที่จริงเรื่องที่เราควรให้ความสำคัญที่สุด คือ “วัฒนธรรม” เรื่องพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศที่พัฒนา แต่ยังขาดในเรื่องของการรับรู้รากฐานชีวิต ความเป็นอยู่ เราคิดว่าเป็นเรื่องโบราณ เป็นเรื่องไม่ทันสมัย เป็นเรื่องของอาจารย์บางท่านที่ต้องทำ ผมคิดว่าเป็นเรื่องของทุกๆ คนที่ต้องธำรงไว้ซึ่งความเป็นอารยประเทศ ความเป็นอารยบุคคล

ผมมีโอกาสได้ดูแลด้านนี้ ได้อาศัยเรียนรู้จากท่านคณะกรรมการที่ประชุมและพิจารณาโครงการ​ และจากท่านที่สนใจ ฝากอาจารย์หลายๆ ท่านที่เข้ามาขับเคลื่อนโครงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม วัฒนธรรมเป็นเรื่องที่คู่กับศาสนา เรื่องคำสอน ประเพณี วัฒนธรรมเป็นเรื่องที่ดีงามทั้งหมด มหาวิทยาลัยมหาสารคามมีนโยบายว่า เราจะทำอย่างไรในเรื่องของทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม สร้างคุณค่า มูลค่าเพิ่ม วันนี้คนที่ทำเรื่องศิลปวัฒนธรรม หนึ่งคณะหนึ่งศิลปวัฒนธรรมก็คนเดิมๆ หากทางต้นสังกัดบอกว่า “ท่านเคยทำมาแล้ว ท่านทำด้านศิลปวัฒนธรรมต่อไป” นั่นแสดงว่าคณะยังไม่ให้ความสำคัญเรื่องทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เห็นใครจับเรื่องของศิลปวัฒนธรรมก็ให้ทำต่อไป แต่สิ่งที่เราพยายามที่จะทำให้ทุกท่านที่ขับเคลื่อนโครงการศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นกรอบอุดมศึกษาที่เราต้องทำ นอกจากเรื่องการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมเป็นพันธกิจหลักที่สำคัญ หากบ้านเมืองใดขาดเรื่องศิลปวัฒนธรรม บ้านเมืองนั้นจะไปไม่ได้ พูดตามตรง ไม่ได้เลย หากไม่มีเรื่องของประเพณี ไม่มีการเข้าวัดฟังธรรม ไม่มีการแสดง ไม่มีการทำบุญตักบาตร การอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ

ดังนั้น มหาวิทยาลัยต้องทำ ถามว่าทำในมิติไหนบ้าง มิติเรื่องคุณค่าก็แบบหนึ่ง ในขณะเดียวกันเราพยายามที่จะบอกว่า ถ้ามีคุณค่าแล้วมันย่อมต้องมีเรื่องของมูลค่าตามมา แต่เราจะตีออกมาได้อย่างไร เราทำมูลค่าแบบไหน คุณค่าแบบไหน วันนี้ ถ้าจะมาพูดถึงเรื่องมูลค่าที่เกิดขึ้นจากศิลปวัฒนธรรม ทุกคนมองไม่ค่อยออก นอกจากการขายภาพวาด นอกจากการเช่าบูชาพระ มีหลายมิติที่ผมคิดว่าทุกท่านต้องช่วยกันคิด ช่วยกันมองในเรื่องบทบาทของวัฒนธรรม ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ยกตัวอย่าง เช่น คณะเภสัชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ (แพทย์แผนไทย) การใช้ลูกประคบต่างๆ ผมว่าเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาในการรักษา ส่วนวิทยาลัยการเมืองการปกครอง เรื่องแนวคิด กฎ ระเบียบบ้านเมืองในอดีตที่เกิดขึ้น ในใบลานมีไหม ในอดีตใช้หลักการคิดแบบไหนในการที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุข ถูกบันทึกไว้ในจารึกหรือใบลานมีหรือไม่ ถ้าจะให้นิสิตนักศึกษาได้ไปคิดแก้ไข หลักคิดเป็นแบบไหน ทำไมคิดแบบนั้น

ผมคิดว่า วัฒนธรรมเราต้องเป็นไปในลักษณะนี้ หลายหน่วยงานหลายคณะสามารถทำได้ แต่เราจะทำรูปแบบใดที่สามารถจะถ่ายทอด ยังคงอยู่ให้คนสนใจ โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่สนใจวัฒนธรรม สร้างเรื่องราวเป็นลักษณะการ์ตูนได้หรือไม่ เอาที่เข้าใจง่ายและเข้าใจถึงหลักแท้จริงของปรัชญาของแต่ละศาสตร์ นั่นคือสิ่งที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามพยายามขับเคลื่อนพันธกิจ ในเรื่องของระบบการประกันภายในเราได้ห้าแต้ม เรามีความภาคภูมิใจที่ทำได้ นั่นคือสิ่งที่ผมคิด อาจารย์ทุกท่านที่อยู่ตรงนี้ เราพยายามเชิญอาจารย์หน้าใหม่เข้ามาช่วยเรื่องวัฒนธรรม แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญอยู่ แต่ปริมาณอาจารย์ที่ขับเคลื่อนพันธกิจทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมยังไม่เพิ่มขึ้น แสดงว่า อาจารย์มหาวิทยาลัยยังไม่รู้จักบทบาทในเรื่องนี้ อาจารย์หลายท่านคิดว่า การเรียนการสอน มีหน้าที่สอนนิสิตก็เพียงพอแล้ว แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว ถามว่า ขณะที่อีกหลายท่านทำทั้งบริการวิชาการ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ทำทุกอย่างเพื่อภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้สังคมได้คงอยู่ ต่างกันครับ บางท่านบอกแค่หน้าที่การสอนก็พอ เหนื่อย ต่างจากอาจารย์ที่ทำงานตัวแทบขาด แต่บอกว่า สู้ได้ เป็นเรื่องปกติที่ต้องทำ

ดังนั้น มนุษย์มีความทุ่มเทให้กับหน่วยงานที่แตกต่างกัน ถ้าคนรุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรม เข้าใจบทบาทมหาวิทยาลัย เข้าใจพันธกิจทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ต้องทำอย่างไร วันนี้การสร้างมูลค่าเพิ่มในตัวชี้วัด ถามว่าทำไม ขอแค่เปลี่ยนวิธีคิดนิดหน่อย เรื่องของทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมสามารถทำได้ สร้างมูลค่าได้ ให้มันเกิดแนวคิดขึ้นมาใหม่ หมายถึงจุดประกายขึ้นมา ผมไม่คาดหวังว่า วันนี้เราสามารถขายศิลปวัฒนธรรมได้สิบล้าน ยี่สิบล้าน แต่ขอให้เกิดขึ้นสักนิด จากแนวคิดของพวกเรา แนวคิดของคนที่เป็นอาจารย์ในสังคมมหาวิทยาลัย นั่นคือเป้าหมายที่อยากให้มี หากถามว่า กำหนดตัวชี้วัดแล้วได้อะไร เปลี่ยนเป็นสร้างคุณค่าได้ไหม มูลค่าทำได้ยาก อันนี้เป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อน แต่เราต้องยอมรับว่า ต้องมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงในเรื่องที่ผ่านมา ให้หน่วยงานที่เก่งเรื่องศิลปวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานหลัก ส่วนคณะที่ไม่เคยผ่านงานเข้าร่วม ตัวชี้วัดกำหนดให้ครับ ทำกิจกรรมร่วมกัน คิดเท่ากัน เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำเรื่องทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมอย่างเต็มที่ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะเรื่องคุณค่า มูลค่า ไม่เลือกคณะหรือสถาบัน

มหาวิทยาลัยยังพยายามที่จะให้ทุกคนมีส่วนร่วม พยายามทำเรื่องของทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยส่วนกลางเป็นผู้รับผิดชอบ มอบหมายให้คณะวัฒนธรรมศาสตร์ สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน ที่มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้พันธกิจได้สะท้อนถึงคณะ ได้สะท้อนถึงตัวตนของสถาบัน ก่อนหน้านี้งานกิจการพิเศษเป็นหน่วยงานขับเคลื่อน ถามว่าวันนี้เราได้อะไร ได้เฉพาะคนเข้าร่วม แต่ไม่ได้บอกถึงการใช้องค์ความรู้ในการกระทำจากนิสิต จากอาจารย์ ที่ใช้ในการเรียนการสอนผ่านเข้ามาอย่างแท้จริง เราควรจะปรับไปในหน่วยงานหรือคณะที่รับผิดชอบ นี่คือส่วนหนึ่งที่พยายามแยกออก อย่างน้อยคณะก็มีหน่วยงานจากส่วนกลางที่มอบหมายให้ ถามว่าจากความยืดหยุ่นของงบประมาณ หลายๆ ส่วนเงินงบประมาณก็ยังเหลือ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมแบบมุ่งเป้าก็ยังอยู่ อย่างไรก็ตาม เราพยายามพิจารณาโครงการตามความเหมาะสม ตามเนื้อหา ตามกิจกรรมในโครงการอย่างถี่ถ้วนและยุติธรรม

ผมพูดในหลายมิติ อยากให้ทุกคนเข้าใจร่วมกันในเรื่องของวัฒนธรรม แนวคิดของมหาวิทยาลัย เพื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจตรงกัน ทำไมต้องทำเรื่องศิลปวัฒนธรรม ในวันนี้เชิญอาจารย์ทุกท่านมา เพราะถือว่าท่านเป็นปูชนียบุคคลที่สำคัญที่สุดในเรื่องของการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เข้าใจถึงศาสตร์ของวัฒนธรรม คือสิ่งที่เราจะช่วยกันทำเรื่องทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม


 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *