คุณแม่คำสอน สระทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๙


คุณแม่คำสอน สระทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๙


แม่คำสอน สระทอง ศิลปินผู้อุทิศฝีมือช่างทอผ้าให้กับสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน เป็นอีกท่านที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติอันสูงสุดในปี พ.ศ.๒๕๕๙ นั่นคือรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า)

กองบรรณาธิการได้มีโอกาสได้รับเกียรติในการนำแง่คิดของศิลปินแห่งชาติ ศิลปินแห่งแผ่นดินผู้นี้ เพราะนอกจากรางวัลศิลปินแห่งชาติแล้ว ก่อนหน้านั้น ยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ อาทิ รางวัลคนดีศรีอีสาน รางวัลพระธาตุนาดูนทองคำ

 


แม่เริ่มทอผ้ามาตั้งแต่ตอนไหน


เฮ็ดตั้งแต่ออกจากโรงเรียน สิบสี่สิบห้าปี เฮ็ดมาตั้งแต่น้อย เฮาสิทอผ้าอย่างอื่น ผ้าตัดเสื้อตัดหยัง อายุยี่สิบกว่าจั่งได้เฮ็ดผ้าแพรวา ตั้งแต่ก่อนบ่ค่อยเฮ็ดปานใด๋ เพราะตอนนั้นมันมีพอได้ใช้ เล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ขาย ตั้งแต่นั้นมาก็เฮ็ดขายเฮ็ดเบิดบ้าน แม่หญิงในหมู่บ้านนี้ หากผู้ใด๋ทอผ้าบ่เป็น พ่อแม่เพิ่นว่า ทอผ้าบ่เป็น บ่ให้แต่งงาน “ต่ำผ้าบ่เป็นแก ต่ำแพรบ่เป็นต่อน เลี้ยงหม่อนบ่รู้จักโตหลับโตนอน พ่อแม่เพิ่นบ่ให้เอาผัว เพิ่นว่า” เป็นจั่งซี่น้อผู้ไทยเนาะ ต้องขยันในส่วนนี่ ขั่นผู้ใดเฮ็ดบ่เป็น คือไปเลี้ยงลูกเลี้ยงผัวบ่กุ้ม เฮ็ดให้เอาลูกบ่เป็น ต่างจากบ้านอื่นอยู่ เป็นเท่าทุกมื่อนี่ ซุมื่อนี่กะคือกัน เป็นแม่หญิงมาต้องเฮ็ดพวกนี่เป็น

 


ชาวผู้ไทยมีผ้าแพรวาทุกบ้านหรือไม่


ที่จริงแล้วบ้านโพนเป็นต้นตำหรับ บ้านอื่นยังไม่มี ปี พ.ศ.๒๕๒๐ มีสี่ถึงห้าหลังคาต่อผืน พอดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระบรมราชินีนารถฯ เพิ่นเสด็จมาพระตำหนักภูพาน ปีนั้นเพิ่นออกเยี่ยมราษฎรอำเภอคำม่วง เพิ่นกะเห็นไทบ้านโพนแต่งโตชุดผู้ไทย ชุดประจำเผ่า สมเด็จพระนางเจ้าก็ตรงเข้ามาทักทาย ว่า “สวย ข้าพเจ้าอยากได้ เฮ็ดให้ได้บ่” ทางนี้ก็บอกเฮ็ดให้ได้ มีผู้เฒ่าประมาณสิบคน ต่อมาเพิ่นก็ให้เลขาฯ นำไหมมาให้ทอ ทอเป็นผ้าสไบ ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๒๑ เพิ่นกะให้นำไปถวาย ก็ไปรถคันหนึ่ง ไปนำกัน ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานต่างๆ ไปครั้งนั้นก็ไปเข้าเฝ้า เพิ่นก็ให้อยู่กินฟรีหมด ตอนนั้นอายุยี่สิบแปดปี ตั้งแต่นั้นมาก็เฮ็ดบ่ได้เซาเลย อนุรักษ์ของปู่ย่าตายายไว้ บ่ให้สูญหาย

 


ผู้เฒ่าเพิ่นสอนลูกทอผ้าตั้งแต่อายุเท่าไหร่


เกิดมานี่เนาะ ทีแรกกะซำปอสามปอสี่ ให้เขาเรียนทอชายผ้าถุงเนาะ เรียนตรงนี้ซะก่อน ต่อมาจากนั้นกะทอผ้าพันคอ ต่อมาอีกกะเฮ็ดผ้าสไบ ผ้าเบี่ยง เสร็จจากนี้ ทอผ้าเป็นชุด ตัดเสือตัดกระโปรงได้ เฮ็ดไปเรื่อยๆ เฮ็ดลายนั่นกะให้เป็น ลายนี่กะฮู้จัก แบบว่า ลายนั่นมันเป็นจั่งใด๋ เฮ็ดจั่งใด๋ก่อน ให้มันเป็นค่ะ เด็กน้อยในบ้านนี้เขาจะเป็นหมดทุกคน เพราะว่าพ่อแม่สอนให้ลูกเป็น สืบหน่อแทนแนว แม่สอนลูก ลูกกะสอนหลาน

 


แล้วกระบวนการทำผ้าฝ้ายยังมีอยู่บ่


ฝ้ายนี่ยังมี ตะว่าบ่ค่อยมีในหมู่บ้าน มันเป็นย้อมครามเนาะ มันบ่ค่อยมี เลี้ยงไหม ตั้งตะบ่ทันเฮ็ดผ้าแพร สิปลูกครามย้อมเอง ต่ำเอง แต่ว่าเดี่ยวนี้มันสิหันไปทางผ้าแพรวาหลาย เฮาสิซื้อด้ายสำเร็จจากร้านค้ามาต่ำ ส่วนไหมมันเป็นกลุ่มต่างหาก ผู้หนึ่งเลี้ยง ผู้หนึ่งซื้อ แต่ว่าส่วนของแม่หนิ เอาไหมมาจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถมาทอ ทอแล้วส่งให้เพิ่น เพิ่นให้ไหมสามกิโลกรัม เฮากะทอผ้าให้เพิ่นชิ้นหนึ่ง ไหมเฮากะเหลือ เหลือแล้วเฮากะทอผ้าขายต่างหาก แม่สิเอาตะไหมเพิ่นมาเฮ็ด ปีหนึ่งเฮาสิได้รับไหมสองเทื่อสามเทื่อกะแล้วแต่ เพิ่นมีไหมให้ ก็ส่งที่เฮาทอได้ส่งเพิ่น เพิ่นกะให้ค่าทออีก มื่อก่อนแม่กะไปรับเงินค่าทอ ไปรับจังหวัดสกลนคร ผืนหนึ่งกะได้สามพัน สามพันเจด สามพันแปด จั่งซี่ ไหมกำไรเฮากะได้ เพิ่นกำหนดให้สามเดือนให้ได้ส่งเทื่อหนึ่ง ตะว่าเฮาทอกะแล้วก่อนหั่น เดือน เดือนกว่า อย่างโดนคือสองเดือน แล้วแต่โอกาส แล้วแต่เวลา

 


ไหมกับฝ้าย เฮ็ดหยังก่อน


 

ตั้งตะเป็นเด็กน้อยเฮ็ดฝ้ายก่อน จนกว่าเฮาเฮ็ดชำนาญ อายุสิบแปด สิบเก้า ยี่สิบ กะจั่งมาเฮ็ดไหมค่ะ ไหมหนิมันสิเฮ็ดยาก มันมีการฟอก การกวัก การแกว่ง การลัง ฝ้ายนี่ ถ้าเฮาได้ฝ้ายมา คือ อิ้ว ดีด เข็น เป็นเส้นฝ้ายแล้วกะเอาไปต่ำเป็นหูก ฝ้ายเฮ็ดง่ายกว่า ขั้นตอนน้อยกว่า ปลูกกะเป็นต้นเป็นดอกออกมาเนาะ ไหมนี่ เฮาสิปลูกหม่อนเลี้ยง ผู้ใด๋เลี้ยงบ่เก่งกะบ่ได้ ม่อนตาย โตไหมตาย บ่ได้ไหม ฝ้ายเฮาเฮ็ดน้อยๆ กะได้ ไหม ถ้าเลี้ยงบ่เก่ง บุญบ่ได้ โตม่อนตาย ยาก เซาเฮ็ดฝ้ายประมาณช่วง พ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๒๘ ประมาณนี้ มาปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอย่างเดียว แต่ว่ากะพอมีเล็กๆ น้อยๆ กะมีอยู่ ยังบ่เหมิดเทื่อเดียว ค่อยทะยอยเลิกไปเนาะ มาเฮ็ดนำไหมมันยาก กะเลยเฮ็ดเอาอย่างเดียว บ่เฮ็ดฝ้าย แต่ว่าบ้านอื่น แถวๆ ใกล้ๆ กัน คะเจ้าปลูกฝ้ายอยู่ ย้อมครามกะยังย้อมอยู่ ของเฮาหนิคือทออย่างเดียว ขั่นมีกะคือกลุ่มหนึ่งอีกต่างหาก กลุ่มเลี้ยงไหม ไหมกับฝ้ายมานำกันเลย ผู้เลี้ยงไหมกะเลี้ยง ผู้ปลูกฝ้ายกะปลูก คือตะกี้มันเฮ็ดบ่หลายนั่นน้า พอได้ใส่
ไหมกับฝ้ายมันกะสิเคียงข้างกันไป แต่เดี่ยวนี้มันเฮ็ดไหมหลาย กะเลยหยุดตรงนั่น สิมาเฮ็ดพร้อมกันมันบ่ไหว ตะกี้เลี้ยงเบิดซุเฮือน เลี้ยงไหมหนิ บาดหนิทอหลาย สิไปเลี้ยงมันกะบ่ไหวอีก เลี้ยงไหมหนิ ตื่นมากินข้าวกินปลา เฮากะเลี้ยง เกียเนาะ เกียหม่อน เสร็จแล้วกะไปเก็บเอาใบหม่อน มาเลี้ยงมาเกีย เกียแล้วกินข้าวเที่ยง ช่วงบ่ายมากะไปเอาใบหม่อนอีก มาเลี้ยงมาเกีย บางเทื่อ เที่ยงคืนกะลุกเกีย มันเลยยาก กะเลยทออย่างเดียว ให้ผู้อื่นเลี้ยง เลี้ยงไหมบ่แม่นของเล่นเด้ พายกะต่าหม่อน หาบกะต่าหม่อน ถ้าแฮงบ่มีกะบ่ไหวอีก ส่วนสีหนิ สมัยเฮาเฮ็ดผ้าแพรวาน้อยๆ เนาะ กะย้อมสีธรรมชาติ หลายๆ ก็ย้อมสีเคมี ซื้อสีจากร้านค้า มาจนทุกมื่อนี่ ย้อมสีธรรมชาติมันสิยากหม่องหาเปลือกไม้ มันทำลายกกไม้ ผัดว่า เดี่ยวนี่กะปะปนกันไป เทิงสีธรรมชาติ สีเคมีหั่นล่ะ เทิงสองอย่าง

 


ลายผ้าไหมแตกต่างกันอย่างไร


แพรวาจะเป็นลายต่างๆ จะมีขั้น มีสีเดียวนี่ผ้าขิด ผ้าแพรวาจะมีหลายสีสลับกัน การเฮ็ดกะคือเกาะเอาทีละสี เฮ็ดยากต่างจากผ้าอย่างอื่น

 


ลูกหลานสมัยใหม่เรียนทอผ้าหรือไม่


เรียนค่ะ ในบ้านนี้ให้เป็นเหมิดทุกคน ให้เรียนเบิดทุกคน จากพ่อจากแม่ แม่กะไปสอน แล้วกะมีโครงการสอนอยู่ในโรงเรียน ตั้งแต่ชั้นประถมสี่ถึงมัธยมสาม สอนอยู่ในโรงเรียน ส่วนแม่กะไปสอน สอนตามหมู่บ้านต่างๆ ตามกลุ่มต่างๆ ออกตามต่างจังหวัด ต่างอำเภอ กะไปสอนอยู่เรื่อยๆ ค่ะ

 


เยาวชนกับการรักษาศิลปะการทอผ้า


ปกติเด็กน้อยเขาก็จะไปเรียนหนังสือเนาะ ยามมื่อแลงเขากะมาเฮ็ดอยู่บ้าน พวกไปเรียนต่างจังหวัด เรียนมหาวิทยาลัย จังซี่กะมาทอผ้าขาย ในโรงเรียนเขาก็มีโครงการ มีหลักสูตร และก็มีเวลาให้เขาเรียน ต้องเฮ็ดเป็นทุกคนค่ะ

 


ปัจจุบันยังทอผ้าอยู่หรือไม่


ยังทออยู่ค่ะ ทอประจำ บ่เคยขาด เฮ็ดเผื่อนักศึกษาคะเจ้ามาศึกษาดูงาน มาขอผลงาน เฮ็ดซุมื่อ ทอซุมื่อ มีกี่ประจำ

 


รู้สึกอย่างไรกับรางวัลศิลปินแห่งชาติ


ปีล่าสุดนี่ รู้สึกว่าภูมิใจหลายๆ เกิดมาก็ไม่เคยว่าสิได้จั่งซี่เนาะ เคยขอสองเทื่อ สามเทื่อกะบ่ได้ สี่ห้าปีแล้ว เซาขอ ว่าบ่ต้องขออีกหรอก เฮามันสิได้แค่นั้นล่ะ สิบ่ได้เป็นหรอกศิลปินแห่งชาติ ก็เซา เซาแล้วเพิ่นผาดมาให้ กะสิค้นข้อมูลเก่า เบิ่งทรงเนาะ กะให้เองเลย ดีใจจนหาแนวเปรียบบ่ได้พุ่นล่ะ ดีใจมากค่ะ

 


เพิ่นได้กำหนดหน้าที่อิหยังบ่ เกี่ยวกับรางวัล


กะบอกแต่ว่าให้ทำงาน ให้เฮ็ดต่อไป สอนลูกสอนหลานไป ให้ลูกหลานเกิดมารุ่นใหม่ ให้เขาสืบทอดไปเรื่อยๆ เพราะว่า บ่ให้งานเฮานี่มันสูญเนาะ บ่ให้มันเสียไปตามกาลเวลา มันเป็นงานมาจากปู่ย่าตายาย ว่าให้สืบทอด ให้สอนลูกสอนหลาน กะสอนตามคำเพิ่นบอก

 


คิดว่าที่ตนเองได้รับรางวัล เพราะอะไร


เฮาสร้างคุณงามความดีเนาะ เฮ็ดนำบ้านนำเมืองเนาะ ก่อนเฮาสิได้ เฮากะเฮ็ดมาตั้งดน ตั้งแต่อายุยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด กะคึดว่าผลงานของเฮานี่มันมีเยอะ ทำความดีไว้ตลอด เพิ่นคือสิเห็นว่าเฮานี่ทำคุณประโยชน์ให้สังคม หลวงบ่ให้ขาด ราษฎร์บ่ให้เสีย หนักเอาเบาสู้ ไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีจั่งซี่ เพิ่นกะสอน “บ่ให้ถิ่ม ให้สอนลูกสอนหลาน” กะจำเอาคำเพิ่นบอกมา เลยเฮ็ดมาตลอดเท่าทุกมื่อนี่

 


ในความคิด อยากเฮ็ดหยังต่อไป


มีตะความภูมิใจ เฮาเห็นลูกหลานเฮาเป็น เฮากะมีความภูมิใจค่ะ ลูกหลานได้กะคือเฮาได้ อยากให้ลูกหลานเก่งคือเฮาเฮ็ดมา คะเจ้าสืบทอดมาเรื่อยๆ ซุมื่อนี่บ่หนักใจแล้ว สบายใจ เพราะว่าเฮาสอนลูกสอนหลานมา ให้เขาเฮ็ดเป็น คือ ความตั้งใจของเฮามันสำเร็จ

 


ลูกหลานเข้ามาหา สิบอกลูกหลานว่าจั่งใด๋


กะบอกลูกบอกหลานเนาะ ว่า ให้ทำงานสืบสานงานของปู่ย่าตายาย บ่ให้ถิ่มให้ป๋า ให้เฮ็ดให้คือเพิ่นเฮ็ดมา มีหยังเพิ่นพาเฮ็ด เฮากะเฮ็ดไป ให้มันเป็น คือว่า บ่ให้สูญให้หาย อยากให้ลูกหลานสืบทอดไว้ แม่กะอายุเจ็ดสิบแปด เกิดปี พ.ศ. ๒๔๘๒ เฒ่าบ่ทันแล้ว ยังสิเฒ่าอีกยุ ลูกสามคน เขาเป็นเฮือนเป็นซานเบิดแล้ว สบายใจตอนนี่ ขออย่างเดียว ว่าตะอย่าเจ็บ อย่าไข้ อย่าไอ อย่าป่วย แม่ว่าเนาะ อยู่ดีมีแฮง ลูกเต้าอยากให้เฮาซ่อยหยัง กะสิสบายแม่นบ่ล่ะ เฮ็ดนำบ้านนำเมืองไป

 


กระทรวงวัฒนธรรมคุยอะไรกับคุณแม่บ้าง


เพิ่นถามเกี่ยวกับพวกผ้าไหมแพรวา ว่ามาจั่งใด๋ ความเป็นมาของมัน ผู้ใด๋เฮ็ดก่อน เฮากะตอบเพิ่นว่า ทีแรกกะปู่ย่าตายายเพิ่นได้มาตะฝั่งลาว เอามาเฮ็ด เฮ็ดแล้วกะให้ลูกหลานเฮ็ดสืบมาเรื่อยๆ ที่มีชื่อเสียง สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถฯ ท่านชอบมาก กะถามว่ามีหยังแหน่ กะมีผ้าคลุมไหล่ ผ้าตัดชุด เป็นหยังจั่งเอิ้นผ้าแพรวา แพรนี่หมายถึงผ้า วากะคือความยาววา ทางผู้ไทยนี่ ผ้าผืนหนึ่งเรียกวา เมตร สองเมตร สามเมตรก็แล้วแต่ คะเจ้าจะเอิ้นวาหนึ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *