ศิลปวัฒนธรรมกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย


ศิลปวัฒนธรรมกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย


: รองศาสตราจารย์ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์


หลายท่านรู้จัก รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์ ในนามอาจารย์ประจำสาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อีกด้าน ในฐานะผู้ทำงานศิลปะนั้น ได้มีผลงานเชิงสร้างสรรค์มากมาย คือ ปี พ.ศ.๒๕๓๖ “คนเถื่อน” (รวมเรื่องสั้นเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรท์ ปี ๒๕๓๖) ปี พ.ศ.๒๕๓๖ “ใต้เงาอสูร” (นวนิยายสะท้อนชีวิตศิลปินเพื่อชีวิตในประเทศไทย) ปี พ.ศ.๒๕๓๗ “เพลงของเขา” (เรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวากุล โดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย) ปี พ.ศ.๒๕๔๑ “มิตรภาพที่ชายป่า” (วรรณกรรมเยาวชน ได้รับคัดเลือกเป็น หนังสืออ่านประกอบของนักเรียนระดับประถมศึกษา) ปี พ.ศ.๒๕๔๒ “จะไปให้ถึงดวงดาว” (รวมเรื่องสั้น ได้รับคัดเลือกเป็นหนังสืออ่านประกอบของนักเรียนระดับประถมศึกษา) ปี พ.ศ.๒๕๔๖ “ลาวตอนล่าง” (โครงการอาณาบริเวณศึกษา ๕ ภูมิภาค สกว) ปี พ.ศ.๒๕๔๘ “มาดเกรียง: วิถีแห่งคนไพรและสายน้ำ” (ชุดโครงการสารคดีชนเผ่าในอุษาคเนย์ ลำดับที่ ๑) และปี พ.ศ.๒๕๕๓ “พระบางเมืองมรดกโลก: ราชธานีแห่งความทรงจำและพื้นที่พิธีกรรมในกระแสโลกาภิวัตน์”

ผลงานทางวิชาการ คือ ปี พ.ศ.๒๕๓๗ “ทัศนศิลป์เพื่อชีวิตในประเทศไทย” ปี พ.ศ.๒๕๓๙ “เกษมราษฎร์ กษัตริย์ผดุง ศาสน์รุ่ง เรืองอีสาน” ปี พ.ศ.๒๕๔๑ “ศิลปนิยม” ปี พ.ศ.๒๕๔๓ “สุนทรียศาสตร์ในทัศนศิลป์” ปี พ.ศ.๒๕๔๕ ชุมชนเครื่องปั้นดินเผา ปี พ.ศ.๒๕๔๖ ชุมชนผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ ปี พ.ศ.๒๕๔๖ “ทัศนศิลป์ปริทัศน์” และปี พ.ศ.๒๕๔๗ “ประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตกฉบับสมบูรณ์”

นอกจากผลงานเชิงสร้างสรรค์ดังกล่าว ยังรับบทบาทหน้าที่เป็นคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กองบรรณาธิการได้มีโอกาสได้ขอความคิดเห็นเกี่ยวกับงานด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์ ได้ให้ทัศนะว่าด้วยศิลปวัฒนธรรมกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

 


ศิลปวัฒนธรรมในบริบททางสังคม


ถ้าเรานิยามคำว่า “วัฒนธรรม” จะมีหลายความหมาย ทำให้เข้าใจคำว่า ตัวของศิลปะ ตัวของสังคม อย่างไร เพราะศิลปวัฒนธรรมมีหลายกลุ่ม กลุ่มของวัฒนธรรมในระดับชาติก็มองศิลปวัฒนธรรมในแบบตายตัว ถ้าเป็นการแสดงที่ดีก็จะเป็นรามเกียรติ์ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับศิลปะขั้นสูง ในกลุ่มนี้จะมองรูปแบบศิลปวัฒนธรรมในรูปที่ค่อนข้างตายตัว แต่มันก็เป็นอีกชุดหนึ่ง วัฒนธรรมอีกความหมายหนึ่ง ก็จะมองในมิติวัฒนธรรม คือเรื่องของมนุษย์ทุกคน มนุษย์และความสัมพันธ์กับมนุษย์ เป็นเรื่องของกลุ่มของคน ของกลุ่มสังคม แต่ว่ามนุษย์หรือกลุ่มมนุษย์กับความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม หรือสิ่งต่างๆ ในโลก มันก็เป็นเรื่องของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ เขาเรียกว่า “นิเวศวัฒนธรรม”

วัฒนธรรมก็มีหลายระดับ ระดับพื้นบ้าน ระดับท้องถิ่น ระดับพื้นบ้านอาจมีสเกลที่ติดอยู่กับชุมชน หมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่ง ที่มีการดำรงอยู่ที่สำคัญอยู่กับท้องถิ่น ท้องที่ ดังนั้น พวกเขาจะมีวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับตาแฮก สัมพันธ์กับแม่น้ำชีคุ้งนี้คุ้งนั้น คือระดับพื้นบ้าน แต่ในระดับท้องถิ่นก็จะกว้างขึ้น อย่างเช่นท้องถิ่นอีสาน ก็ยังเป็นท้องถิ่นวัฒนธรรมอยู่ อย่างกลุ่มล้านช้าง จะเป็นท้องถิ่นในลุ่มน้ำโขงร่วมกัน

วัฒนธรรมอีกชุดหนึ่ง ก็จะเป็นวัฒนธรรมในระดับชาติ หรือ nation-state อันนี้ก็จะเป็นวัฒนธรรมที่ดึงให้เห็นว่า อะไรคือชาติ อะไรคือประเทศ ผ่านการมองทางวัฒนธรรม เช่น วัฒนธรรมในการทำพระเมรุมาศก็เป็นวัฒนธรรมระดับชาติหรือหัวใจของชาติ เพราะฉะนั้น การแสดงนาฏยศิลป์ของชาติ ก็จะเป็นกลุ่มที่มีลักษณะพิเศษ ที่บ่งบอกว่า เราคือชาติไทย

อีกวัฒนธรรมหนึ่ง เป็นวัฒนธรรมระดับสากล ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีการเชื่อมโยง ลื่นไหลเข้าหากัน บางทีเราก็เรียกว่า “วัฒนธรรมร่วมสมัย” บางทีเราก็เรียกว่า วัฒนธรรมในระดับ International อย่างไรก็ตาม ทั้งสามส่วนมันก็คลุกเคล้ากันอยู่ มันไม่สามารถที่จะแยกขาดจากกันได้

 


ศิลปะกับวัฒนธรรม


ศิลปะคืออะไร ศิลปะมีหลายมิติ ถ้าแยกตามการรับรู้ของคนก็จะมีกลุ่มที่เรียกว่า ทัศนศิลป์ คือศิลปะที่มองด้วยตา จิตรกรรม ปฏิมากรรม ภาพพิมพ์ อาคารสถานที่หรือว่าสถาปัตยกรรม อะไรพวกนี้ ศิลปะอีกพวกหนึ่งก็คือที่รับรู้โดยการได้ยิน พวกดนตรี เสียงกลอง เสียงเพลงต่างๆ พวกนี้ ศิลปะอีกประเภทเป็นศิลปะประสมประสาน คือ ศิลปะการแสดง ศิลปะอีกจำพวกหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์ อย่างเช่น ภาษา ใบลาน อักษรธรรม ไทน้อย อันนี้กำลังพูดถึงพื้นฐานอยู่ แต่ถ้ามองตามฟังชั่น ศิลปะคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอย อีกพวกหนึ่งก็คือศิลปะเพื่อความงาม ศิลปะเพื่อศาสนา ศิลปะเพื่อความเชื่อ ตัวของศิลปะคือวัฒนธรรมชนิดหนึ่ง เพราะวัฒนธรรมในความหมายชุดนี้ คือ เรื่องของความสัมพันธ์ของมนุษย์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ เพราะฉะนั้น วัฒนธรรมในความหมายที่เป็นความสัมพันธ์ของมนุษย์เขาจึงเรียกว่า วัฒนธรรมมีนัยยะทางความหมายต่อกลุ่ม ต่อชีวิต และสังคมของมนุษย์ ดังนั้น เมื่อมองศิลปะในชีวิตและวัฒนธรรม ศิลปะจึงเป็นเงื่อนไขหนึ่งในชีวิตและสังคมมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือปัจจุบัน เมื่อเราอธิบายแบบนี้เราก็จะเห็นว่า ตัวของสังคม ตัวของมนุษย์มีการอยู่แบบสถิตนิ่งหรือมีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของสังคมโลก ของสังคมชาติ ของสิ่งที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลง แม้แต่เทคโนโลยีก็สามารถเปลี่ยนแปลงระบบสังคมได้ เช่น สตีฟ จอบส์ คิดค้นไอโฟนก็เปลี่ยนวัฒนธรรมในการสื่อสาร วัฒนธรรมมีทั้งในเรื่องวัฒนธรรมทางความคิด วัฒนธรรมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ต้องอาศัยสื่อ เทคโนโลยี สารสนเทศ เพราะฉะนั้น สื่อ สิ่งของ หรือการคมนาคม การศึกษา การเคลื่อนตัวของผู้คน ยิ่งมีความสลับซับซ้อนขึ้นมากเท่าไหร่ วัฒนธรรมก็ยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น

ศิลปะก็มีความซับซ้อนหรือมีความเชื่อมโยงกับตัวของวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง อย่างเรื่องของศิลปะการแสดง ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นการแสดงแบบดั้งเดิมทั้งหมด ถ้าเราดูในระดับพื้นบ้าน เช่น คำชะโนดเป็นพื้นที่เล็กๆ ในระดับชุมชน ที่มีลักษณะพิเศษทางกายภาพ ก็มีคนในท้องถิ่นไปให้ความหมาย ว่าเป็นที่อยู่ ที่พำนัก ที่สถิต ของศรีสุทโธนาคราช เรื่องนี้น่าจะจบไปในระดับของโฟล์ค แต่ต่อมาในกระแสของวิกฤตมนุษย์ โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่ขาดที่พึ่งหรือสะท้อนการขาดที่มั่นในบางอย่าง เพราะฉะนั้น ศรีสุทโธนาคราชจึงถูกเรียกขึ้นมา สุดท้ายจึงเกิดกระแสของการเข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว เป็นการท่องเที่ยวทางความเชื่อ เกิดวัฒนธรรมและศิลปะมากมาย อย่างศิลปะรูปพญานาค ศิลปะพานบายศรีรูปนาค เกิดมากมาย คนที่เข้าไปที่คำชะโนด แต่ก่อนก็จะมีเฉพาะชาวบ้าน แต่ตอนนี้มีทั่วไป ซับซ้อน เช่น คนที่ไปด้วยความวิกฤตของชีวิต สามีมีเมียน้อย สามีมีกิ๊ก คนที่รองรับก็จะอธิบายด้วยการบูชาด้วยนาคเจ็ดหัว คนที่ต้องการที่จะเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล เดินทางไปจากเชียงใหม่ ก็ต้องบูชาด้วยพญานาคที่มีความเกรี้ยวกราด เพราะฉะนั้น พญานาคจึงเป็นศิลปะที่ผกผันไปตามผู้คนที่เข้าไปหลากหลาย มีความสลับซับซ้อน ก็มีการประดิษฐิ์ศิลปะยุคใหม่ เช่น การฟ้อน การฟ้อนเพื่อที่จะบูชา การฟ้อนเพื่อที่จะบาบนหรือการฟ้อนเพื่อที่จะแก้บน ก็จะเกิดมีความสัมพันธ์กับพื้นที่ ผู้คนมากมายไปเข้าคิวฟ้อน สิ่งนี้คือศิลปะในมิติของวัฒนธรรม แต่เป็นวัฒนธรรมที่เพิ่งเกิดขึ้น ลักษณะนี้เขาเรียกว่า “วัฒนธรรมกระแสนิยมหรือสมัยนิยม”

 


เทคโนโลยีกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม


การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ส่งผลต่อลักษณะการเปลี่ยนแปลงของสังคม ตัวศิลปะชนิดหนึ่งที่เราจะเห็น เช่น ในอดีตเรารับสื่อจากช่องสาม ช่องเจ็ด ที่เขาสร้างภาพยนตร์ แล้วเราก็ต้องบริโภค แต่ทุกวันนี้เราก็รู้แล้วว่า สื่อ อย่างมือถือก็ตาม กล้องซึ่งราคาถูกมากเนี่ย เป็นทางออกให้กับผู้คน สามารถที่จะแสดงสิ่งที่เขาต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ถ่ายแล้วนำเสนอที่ไหน ไม่ต้องพึ่งช่องสาม เขาอัพโหลดลงไปไปในระบบของอินเทอร์เน็ต ใน youtube บางวันคนดูเป็นล้านๆ คน สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ เช่น เกิดวัฒนธรรมไทบ้าน หนังลูกศิษย์อาจารย์ นายต้องเตกลายเป็นดาราขึ้นมาชั่วข้ามคืน คนสร้างหนังไม่จำเป็นต้องบริษัทใหญ่นะครับ มีมือถือตัวเดียวและก็มีพล็อตที่สามารถกวาดเอาผู้คนที่อยู่ในกลุ่มขึ้นมาได้ เช่น เพลงไสว่าสิบ่ถิ่มกัน เพราะฉะนั้น เพลงพวกนี้พอดังขึ้นมา จะเห็นว่าลักษณะภาพยนตร์ ลักษณะเพลง ลักษณะอะไรต่างๆ เกิดขึ้นตามมา ลักษณะนี้ยังไม่ตกผลึก อาจจะยังไม่ใช่บริบท แต่เป็นกระแส เขาเรียกว่า “วัฒนธรรมกระแสสด” กระแสวัฒนธรรมที่เรียกว่า popular couture หรือวัฒนธรรมสมัยนิยม ก็เหมือนกับเราบริโภค การกระตุ้นให้ชื่นชมวัฒนธรรมเกาหลีที่มาพร้อมกับสินค้า

 


สถาบันกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม


วัฒนธรรมมีการเปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนเลื่อนไหล แต่อย่างไรก็ตาม เราในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม ศิลปะในมิติของวัฒนธรรมที่จะเป็นเสาหลักในการชี้ทิศทางอยู่ดี เราไม่สามารถที่จะต้านความเปลี่ยนแปลงได้ และเราไม่สามารถที่จะไปอยู่ฝั่งตรงข้ามของการเปลี่ยนแปลง แต่ภายใต้การเปลี่ยน ไม่ว่าจะเรื่องของสื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาเซียนหรือภูมิภาคที่เราผสมปนเปกันอยู่ เราอาจจะพูดอยู่ตั้งสามถึงสี่ภาษา อย่างที่อาจารย์มานั่ง มีลูกศิษย์จากจีน จากพม่า จากเวียดนาม จากลาว มากองอยู่ด้วยกัน เราพูดด้วยเนื้อหาเดียวกัน แต่ความหลากหลายทางภาษา วิธีคิด มันก็มีความแตกต่างกัน

เพราะฉะนั้น เราจะหาจุดที่เป็นหนึ่งเดียวตายตัวไม่ได้ ในบริบทใหม่เราจะไปแสวงหาศิลปะที่เป็นรูปแบบที่เป็นของแท้ บริสุทธิ์ผุดผ่องไม่ได้ แต่ลักษณะของศิลปะ ลักษณะของวัฒนธรรมสมัยนี้ มันจะดำรงอยู่ในลักษณะลูกผสม หรือ Highbridge life station ภายใต้ความเป็นลูกผสมดังกล่าวนี่แหละ คือ สิ่งที่กำลังดำรงอยู่ในสังคม วัฒนธรรม และในการให้ทุนสนับสนุนการวิจัย หรือการมองในมิติการพัฒนาวัฒนธรรมดังกล่าว เราจะหยิบสิ่งใดมาผสมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด มันจะไม่เหมือนเดิมซะทีเดียว อย่างเช่น เราจะส่งเสริมประเพณีบุญบั้งไฟ ก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะต้องบุญบั้งไฟแบบโบราณ มันอาจจะเป็นบุญบั้งไฟอีกชุดหนึ่งที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบของการถ่ายทำ อาจจะจัดบุญบั้งไฟอยู่เพียงชุมชนเล็กๆ แต่เราใช้สื่อที่ดี เป็นระบบ บุญบั้งไฟดังกล่าวก็จะเป็นภาพตัวแทนทางศิลปะที่สามารถที่จะส่งไปยังโลกภายนอกและได้สร้างภาพลักษณ์ขึ้นมา เพราะฉะนั้น ในการทำบุญ ในการจัดงานศิลปะ งานวัฒนธรรมต่างๆ มันไม่ใช่จบอยู่แค่เวลาที่เราจัด แต่มันสามารถที่จะทะลุทะลวงหรือไร้ขีดของเวลา ด้วยสื่อของระบบของอินเทอร์เน็ตหรือระบบของอินฟอร์เมชัน เพราะฉะนั้น เราจะต้องคิดในการรวมเอาศิลปะในมิติของวัฒนธรรมใหม่

 


สื่อสมัยใหม่ในวัฒนธรรม


วัฒนธรรมคือความสำคัญของมนุษย์ เป็นผลผลิตจากความสัมพันธ์และความเจริญก้าวหน้าด้านต่างๆ ของมนุษย์ เมื่อมนุษย์สามารถที่จะสร้างเทคโนโลยีหรือสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคม วัฒนธรรมก็ย่อมจะเปลี่ยน เช่น การคิดไฟฟ้า การคิดไอโฟน ทำให้โทรศัพท์ดั้งเดิมสูญหายไป เพราะฉะนั้น ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโลกในปัจจุบัน โลกที่วางอยู่บนกระแสของโลกเสมือนจริง เป็นโลกของความเป็นจริงที่ซ้อนกันอยู่กับโลกเสมือนจริง โลกเสมือนจริงที่มันเต็มไปด้วยระบบอินเทอร์เน็ต ระบบเทคโนโลยีอินฟอร์เมชัน ทำงานของมันอยู่ตลอดเวลาเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ในการใช้สื่อหรือการทำงานด้านศิลปวัฒนธรรม เราจะขาดในเรื่องของการพิจารณาการใช้สื่อไม่ได้เป็นอันขาด เพราะการใช้สื่อ การเก็บภาพ มันไม่ใช่เป็นเรื่องของความเป็นจริงทั้งหมด แต่เมื่อเราถ่าย เมื่อเราเลือกภาพ จะเห็นว่า เมื่อเราถ่ายทำหรือถ่ายรูป เราจะมีการคัดออก เราจะมีการเลือกเข้า เพื่อที่จะนำเสนออย่างไร เพราะฉะนั้น มันเป็นเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์จากภาพตัวแทนที่เราถ่ายทำ คัดออก เลือกเข้า คัดเอาสิ่งที่ดีที่สุดมา ส่งออกไปเกาะไว้ในระบบของโลกมีเดีย โซเชียล ทำหน้าที่เป็นภาพตัวแทน เพื่อที่จะทำให้เกิดสิ่งต่างๆ ติดตามมายังมหาวิทยาลัยหรือในท้องถิ่นตามที่เราต้องการได้อย่างไร

เพราะฉะนั้น สื่อมีความสำคัญมาก เป็นผู้กำหนดในระดับหนึ่งทีเดียว ที่จะทำให้วัฒนธรรมหรือศิลปะการแสดงใดๆ แม้จะเป็นศิลปะของท้องถิ่น มันก็จะกลายเป็นศิลปะของชุมชนในจินตนาการใหญ่ๆ เพลงบางเพลง เช่น เพลงไสว่าสิบ่ทิ่มกัน ถูกร้องเพียงคืนเดียว แต่แพร่ออกไปสัปดาห์หนึ่งเป็นล้านๆ วิว มันแพร่ไปได้อย่างไร เป็นเรื่องของการใช้โซเชียลมีเดียเข้ามาเกี่ยว โซเชียลมีเดียมีพลังอำนาจในตัวมัน คือส่วนหนึ่งของศิลปะ ส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม มันเป็นศิลปะของโซเชียลมีเดียที่ซ้อนอยู่ในศิลปะและวัฒนธรรม เพราะฉะนั้น ในทางมนุษยวิทยาหรือทางวัฒนธรรมเนี่ย ในชุดใหม่ เขาจึงอธิบายว่า พิธีกรรมหรือศิลปวัฒนธรรม แต่ก่อนเวลาเขาจะจัดพิธีกรรม ดอกไม้ ธูป เทียน เครื่องบูชาครบ หมอสูตรมาพร้อมก็จัด แต่ทุกวันนี้เราสังเกตไหมว่า แม้ว่าเราจะจัดงาน จริงๆ นี่ผู้นำในระดับคณบดีฯ พร้อม ถ้ากล้องยังไม่พร้อม ทำไม่ได้ ใช่ไหมครับ มือกล้องยังไม่พร้อม มือโสตทัศน์ยังไม่มา ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น มือกล้อง โสตทัศน์ต่างๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางพิธีกรรม และก็พิธีกรรมดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่กลายเป็นฉากที่จะบอกว่า ตัวตนของเราคืออะไร คนอื่นคืออะไร ทำไมเราถึงต้องนำเสนออะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้น สื่อที่เป็นเรื่องที่ทันสมัยสุดๆ กับตัวของพิธีกรรมที่เป็นเรื่องที่สืบทอดมาจากอดีต ทำงานร่วมกันในบริบทใหม่ ไม่ถูกแยกออกจากกัน เพราะฉะนั้น เราจะทำโครงการใดๆ เราจะต้องทำให้ผสมผสานกันให้ได้ หรือวางเป้าหมายให้ชัด ว่าแกนหลักของเราจะเอาอะไร แกนร่วมจะเอาอะไร จะส่งสารนี้อย่างไร

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *